| tukta's profileตะวันส่องใสแดดฉายลงมา ท...PhotosBlog | Help |
|
December 18 ปีกที่บินไม่ได้เป็นปีที่ทำให้รู้จักตัวเองจากมุมคนข้างนอก
ทำให้ได้เรียนรู้ว่า... การห่วงใยคนที่ยังไม่สนิท คือ ความไม่จริงใจ การทำให้เป็นรูปธรรม โดยที่ใจของเขาไม่ได้คิดเช่นนั้น ไม่ได้ทิ้งอะไรไว้ให้อาลัยเลย ฯลฯ
สิ่งที่เราเคยทำและสอนน้อง คือ ไม่พูด โต ๆ กันแล้วให้รู้เองคิดได้เอง หรือไม่เร่ง ไม่บอก เพราะกลัวเป็นการกดดัน แต่ ณ วันนี้ เรากลับหักคำที่เราเคยสอนคนอื่น
คำที่มันลอยเข้ามา มันอาจจะไม่ได้หมายความถึงเรา แล้วถ้ามันลอยเข้ามาปะทะเรา ในเมื่อมันไม่ใช่ ก็น่าจะปล่อยให้มันลอยผ่านไป เก็บมาคิดทำไม เราพ่ายสายตา คำคน มัวแต่ไปพะวงคิด จนไม่มีผลของ "งาน" แล้วสุดท้ายคนที่ตาย คือ ตัวเรา...
ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตัวเราเองทั้งนั้น ถ้าเราทำได้มันก็ไม่เป็นอย่างนี้ หากไม่มัวแต่คิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง เราคงไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นพร้อมทั้งจบชีวิตตัวเราเองแบบนี้
เราชอบการวิจารณ์ มันทำให้เกิดการพัฒนา เราเชื่อคนยาก แต่เรารับฟังทุกความคิดเห็น แต่เรากลับปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล เหมือนกับการฆ่าตัวตาย อย่างคนที่พ่ายแพ้...
เริ่มเปิดให้คนอื่นบ้าง อย่าลำพองนักว่ามีคนรักและรู้จักตัวตนของเรามากพอแล้ว โดยไม่คิดจะเปิดตัวเองให้คนอื่นทำความรู้จักอีก คำว่า "เรารู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เราไม่ได้ทำอะไรอย่างที่คนอื่นเขาเข้าใจ ก็เพียงพอแล้ว" หรือ "มีคนที่รู้จักตัวตนของเรา รู้ว่าเราทำอะไรอยู่หรือรู้ว่าเราเป็นคนยังไง" มันอาจเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาตามมา...
จำไว้ อย่าเสียมาตรฐานการทำงานของตัวเองอีก เราต้องทำให้ได้อย่างที่เราเคยทำ งานเป็นสิ่งที่วัดคุณค่าในตัวเราเอง
แม้ปีนี้จะจบลงด้วยความบอบช้ำ อย่างแสนสาหัส.... แต่คนอย่างเราไม่ยอมแพ้อยู่แล้ว ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ นอกจากเราไม่คิดจะทำ หากสิ่งใดที่เราทำแล้วมันออกมาไม่ดี สร้างความเดือดร้อน ไม่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์หรือช่วยเหลือผู้อื่นได้ เรายอมรับในการกระทำของเราเสมอ....
ต่อจากนี้ไปจะ "คิดมากในเรื่องที่ควรคิด" แกร่ง แต่อย่า กร้าว อ่อนโยน แต่อย่า อ่อนแอ
ลาก่อน ๒๕๔๘
"แม้ในวันที่พ่ายแพ้ ก็ยังมีสิ่งที่เราต้องเอาชนะ" พี่เสก จากหนังสือ เดินป่าเสาะหาชีวิตจริง
เธอนอนไม่หลับ ตั้งแต่ตี 4 ตื่นมากินยาแก้ปวดทุก 2 ชั่วโมง เธอบอกว่าฟันคุดกับหน้าหนาว ช่างเข้ากันอย่างกับขนมจีบซาลาเปา ช่วงนี้เธอสภาพจิตใจอ่อนแอ ผันแปรตามอากาศและปัจจัยบุคคลที่พบเจอ อยู่ดี ๆ ก็ร้องไห้ คล้าย ๆ นางเอกมิวสิกวิดีโอเพลงไทย ฉันบอกให้เธอพยายามเข้มแข็ง ลุกขึ้นมาเริ่มใหม่ให้ได้ 4 เดือน สำหรับความอ่อนแอที่เอ่อล้น มันควรอิ่มเต็มได้แล้ว เธอสั่นหัว พลางว่าความรู้สึกผิดยังตามติดเป็นเงาทุกก้าวที่ย่าง เธอพยายามลืม สายตา คำคน แต่มันยังตามมาหลอกหลอน เหมือนหนอนโออิชิ "เธอแคร์สายตา คำพูดและความรู้สึกของคนอื่นมากเกินไป" ฉันพร่ำบอก ให้เธอจับมันยัดเข้าไปในกล่องความทรงจำ ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป เธอยังมีพลังสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นได้อีกมากต่อมาก เธอพยักหน้ารับ แต่น้ำตาที่ยังไม่เหือดแห้ง กลับเอ่อคลอออกมา เฮ้อ..... ฉันเริ่มปวดฟัน....
Comments (1)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://journeyislife.spaces.live.com/blog/cns!72048C8C03260937!257.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|